guideubon

 

อ.โพธิ์ไทร ชนะเลิศ ต้นเทียนพรรษา ประเภทติดพิมพ์ ขนาดเล็ก

เทียนติดพิมพ์-ขนาดเล็ก-โพธิ์ไทร-03.jpg

ด้วย จังหวัดอุบลราชธานีร่วมกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน กำหนดจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2566 ในระหว่าง วันที่ 30 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม 2566 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่นให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักมากยิ่งขึ้น เป็นจุดหมายของ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้มีรายได้ จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในห้วงการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา นั้น

บัดนี้ การตัดสินการประกวดตันเทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2566 ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อย ต้นเทียนพรรษา ประเภทติดพิมพ์ ขนาดเล็ก ผลปรากฏดังนี้

รางวัลชนะเลิศ
ได้แก่ อำเภอโพธิไทร
ได้รับถ้วยรางวัล พร้อมเงินสด 60,000 บาท
เทียนติดพิมพ์-ขนาดเล็ก-โพธิ์ไทร-02.jpg

 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
ได้แก่ อำเภอนาจะหลวย
ได้รับถ้วยรางวัล พร้อมเงินสด 40,000 บาท
เทียนติดพิมพ์-ขนาดเล็ก-นาจะหลวย.jpg

 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
ได้แก่ วัดใต้ท่า
ได้รับถ้วยรางวัล พร้อมเงินสด 20,000 บาท
เทียนติดพิมพ์-ขนาดเล็ก-วัดใต้ท่า02.jpg

 

รางวัลชมเชย
ได้แก่ วัดสารพัฒนึก
ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินสด 10,000 บาท
เทียนติดพิมพ์-ขนาดเล็ก-วัดสารพัฒนึก.jpg

 

รางวัลชมเชย
ได้แก่ อำเภอเหล่าเสือโก้ก
ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินสด 10,000 บาท
เทียนติดพิมพ์-ขนาดเล็ก-เหล่าเสือโก้ก.jpg

 

เทียนติดพิมพ์-ขนาดเล็ก-โพธิ์ไทร-04.jpg

สำหรับต้นเทียนพรรษา อำเภอโพธิ์ไทร มีนายเกรียงไกร พันธุ์พิพัฒน์ เป็นหัวหน้าช่าง จัดทำต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ขนาดเล็ก รูปทรงแปดเหลี่ยม ยอดบัวลูกแก้ว หมายถึง โลกธรรม 8 ประการ คือ 1. มีลาภ 2. เสื่อมลาภ 3. มียศ 4. เสื่อมยศ 5. สรรเสริญ 6. นินทา 7. สุข 8. ทุกข์

ต้นเทียน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 45 เซนติเมตร ความสูง 190 เซนติเมตร ฐานตันเทียน จัดทำเป็นพญานาคขด ความกว้าง 140 เชนติเมตร ความสูง 120 เซนติเมตร ฐานรอง ส่วนของฐานรองรับองค์ประกอบทั้งหมด ความกว้าง 2 เมตร 40 เชนติเมตร ความยาว 5 เมตร

จัดทำเป็นตอน "พญามารวสวัตตี" ขี่ช้าง "ครีเมขละ" ตามมาผจญพระพุทธองค์ โดยที่พระพุทธองค์ได้อธิษฐานว่า "แม้เลือดในสรีระนี้จะเหือดแห้งไป เหลือแต่หนัง เอ็น กระดูก ก็ตามทีเถิด ตราบใดที่ยังไม่บรรจุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เราจะไม่ลุกจากบัลลังก์นี้เป็นอันขาด"

เทียนติดพิมพ์-ขนาดเล็ก-โพธิ์ไทร-05.jpg

เมื่อพญามารทราบปณิธานอันแน่วแน่ ก็ได้ระดมพลเสนามารมาขัดขวางการบำเพ็ญเพียรของพระองค์ โดยพญามารอ้างว่า บัลลังก์เป็นที่ของตน ซึ่งมีเหล่าเสนามารเป็นพยานและท้าทายว่า มีใครเป็นพยานให้พระองค์ได้บ้าง ? พระพุทธองค์จึงเหยียดนิ้วชี้ลงแผ่นดิน ทันใดนั้น พระแม่ธรณีได้ผุดขึ้นมาเป็นพยานและบีบมวยผม ทำให้น้ำไหลท่วมเหล่ามารและมีสัตว์ร้ายต่าง ๆ ทำร้ายเสนามารจนพ่ายแพ้และหนีไปในที่สุด